วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 6 เริ่มต้นเดินทาง

ในเทศกาลงานฉลองประจำปีมีงานเลี้ยงในหมู่บ้าน ยังหลงเหลือไวน์องุ่นให้ได้ลิ้มลองหลังอาหารค่ำ ระดับหัวหน้านายกองต่างๆตั้งวงจิบไวน์ ได้ที่แล้วไม่วายลากเอ็กซ์ร่วมวงด้วย ด้วยความที่เขาไม่เคยดื่มพวกแอลกอฮอล์มาก่อนเลย จึงค่อนข้างจะเมาเร็วกว่าเพื่อน เป็นโอกาสให้จูได้จัดการศัตรูหัวใจ จัดแจงให้มีการดวลไวน์กันตัวต่อตัว แก้วแล้วแก้วเล่า เสียงปรบมือเกรียวกราวจูได้รับชัยชนะในการดวลตัวต่อตัวกับเอ็กซ์เป็นหนที่สองแล้ว หลังจากเอาชนะในการต่อสู้มาแล้วครั้งหนึ่ง ด้านฝีมือการต่อสู้การรบเอ็กซ์คงไม่แพ้จูแน่ แต่เรื่องเมาเอ็กซ์แพ้จูราบคาบแบบไม่ต้องแกล้งแพ้เลย เอ็กซ์เมาสลบคาวงปล่อยให้บรรดาหัวหน้าหมู่นายกองต่างๆ กลั่นแกล้งสารพัดเป็นที่สนุกสนานเฮฮา จูเองก็หัวเราะเยาะด้วยความสะใจ ลำพองว่าได้รับชัยชนะจริงๆแล้วในศึกนี้

แต่แล้วไม่เป็นอย่างที่จูคาดคิดไว้ สถานการณ์กลับกลาย แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร บังเอิญรินมาพบเห็นเข้าพอดีจึงเข้าขัดขวาง พร้อมทั้งพยุงเอ็กซ์ไปที่เตียงตอนในพักของเอ็กซ์ โดยมีบอยคอยช่วย ระหว่างที่รินเช็ดตัวให้เอ็กซ์ รินก็แอบเผลอใจชอบเรือนร่างกำยำของเอ็กซ์เหมือนกัน และเมื่อเอ็กซ์นอนละเมอจับมือรินพร้อมดึงตัวเข้ามากอดไว้แน่น ทำให้รินเขินอายจนหน้าแดง แต่ก็ยินยอมโดยไม่ได้ขัดขืนอันใด จนทำให้คนที่อายจนทนไม่ได้กลายเป็นเด็กชายบอยแทน บอยอมยิ้มแล้ววิ่งออกจากห้องพักปล่อยให้สองคนได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังกลางดึกพักใหญ่ แล้วรินก็กลับไปนอนที่บ้านพักของตัวเอง

รุ่งเช้าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ แต่เหมือนว่ารินไม่กล้าสบตาเอ็กซ์ ซึ่งบอยก็มองหน้ารินแล้วอมยิ้ม รินแก้เขินด้วยการเดินหนี ปล่อยให้เอ็กซ์ทำหน้างงคนเดียว

เอ็กซ์ไม่มีสิ่งใดต้องคิดมากหรือไม่ต้องทำหน้าที่ใดในหมู่บ้าน จึงมีเวลาว่างฝึกจิตฝึกเพลงดาบจนชำนาญขึ้นอีกมาก ทุกเช้ายามที่มีสมาธิกลางน้ำตกนอกหมู่บ้านตามลำพัง เขาได้คิดค้นเพลงดาบไร้ลักษณ์ เป็นการฟันดาบเข้าไปช่องโหว่หรือจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วสูงมากจนไม่สามารถมองเห็นวิถีดาบ จะไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ เพลงดาบนี้ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นการจดๆจ้องๆกันก่อนที่จะลงมือปริดชีพในดาบเดียว เหมือนวิถีการต่อสู้ของซามูไร แต่สำหรับเอ็กซ์มีจิตรู้สึกสัมผัสเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดได้จากลางสังหรณ์บวกกับการเป็นคนช่างสังเกต จึงเสมือนรู้ว่าจุดอ่อนคู่ต่อสู้อยู่ตรงไหน

การฝึกหนักที่กลางน้ำตก ใส่เกราะหนักและอาศัยความหนืดของน้ำจำกัดการเคลื่อนไหวของตัวเอง ฝึกฝนการใช้พละกำลังเอาชนะแรงหนืดของน้ำ เสียงดังจากน้ำตกเป็นการฝึกสมาธิให้ตัวเขาเอง บ่อยครั้งที่เขาสำลักน้ำ จมน้ำบ้าง เกิดสภาวะที่ร่างกายขาดออกซิเจนบ่อยๆ ส่งผลให้นาโนคอมพิวเตอร์ในตัวเขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเป็นครั้งแรก โดยพวกมันช่วยกันเปลี่ยนแปลงปอดส่วนหนึ่งของเขาให้มีสมรรถนะดูดซับออกซิเจนจากน้ำได้ คือทำหน้าที่คล้ายเหงือกของปลา หมายความว่าเอ็กซ์สามารถหายใจในน้ำได้นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้เขาเองยังไม่รู้ตัว

เวลาแห่งการเดินทางก็มาถึง เอ็กซ์มีความมั่นใจกว่าแต่ก่อนมากหลังจากฝึกฝนเพลงดาบอย่างหนักและค้นพบไม้ตายดาบไร้ลักษณ์ด้วย อีกทั้งหมู่บ้านสายหมอกมีระบบระเบียบและกองกำลังมีผู้นำที่ดีน่าจะปกป้องตัวเองได้อยู่ เขาจึงตัดสินใจเข้าไปขออนุญาตเดินทางไปซารามจากหัวหน้าหมู่บ้านตามลำพังเพื่อตามหาหญิงในจิตใต้สำนึกที่เขาคิดว่าเป็นกุญแจไขปริศนาความทรงจำที่หายไปได้ และเป้าหมายในการกำจัดราชาแห่งบากูร่าให้ได้ ดินแดนนี้จะได้อยู่ด้วยกันอย่างสันติเสียที รินทราบเรื่องจึงขอร้องผู้เป็นบิดาขอเดินทางติดตามไปด้วย จูไม่ทันห้ามรินและเขาก็รู้ว่าห้ามไม่ได้ด้วย จึงจำใจต้องติดตามไปด้วยเพื่อปกป้องรินและเป้าหมายสังหารบากูร่าแก้แค้นส่วนตัวด้วย หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านทุกคนจึงเห็นชอบให้ทั้งสามร่วมเดินทางเพื่อช่วยเหลือกันทำภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จ

แม้เป็นช่วงเวลายากลำบากใจ หัวหน้าหมู่บ้านและเหล่าหัวหมู่นายกองต่างรับปากอย่างแข็งขันว่าไม่ต้องห่วงหมู่บ้านสายหมอก ระหว่างที่ไม่อยู่ พวกเขาจะปกป้องมันเองอย่างเต็มกำลัง แม่ของรินและบอยเข้ามากอดรินร้องไห้อาลัยอาวรณ์ โดยหัวหน้าหมู่บ้านยืนน้ำตาซึมอยู่ข้างๆ จูและเอ็กซ์หันมองหน้ากันอย่างเข้าใจว่าถึงเวลาต้องร่วมมือกันแล้ว

ร่ำลากันเสร็จทั้งสามขึ้นม้าเดินทางออกจากหมู่บ้าน ท่ามกลางกำลังใจของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านสายหมอกที่คอยมาส่งหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้าน นับว่าเป็นการเดินทางออกจากหมู่บ้านครั้งแรกของรินด้วย หัวหน้าหมู่บ้านมอบแผนที่อันสำคัญสร้างเมื่อหลายชั่วอายุคน

การเดินทางวันแรกผ่านป่าและภูเขาหินหลายลูกลัดเลาะตามลำธาร มุ่งหน้าลงใต้ ตามแผนที่เก่าแก่ระบุว่าดินแดนซาราม อยู่บริเวณขั้วโลกใต้เลยทีเดียว ดินแดนแทบจะไม่มีแสงแดดเลย แต่ภูเขาไฟแหล่งที่อาศัยของแม็คกาโซ่กลับไม่ปรากฎในแผนที่ รินเป็นคนคุมแผนที่และดูรินจะตื่นเต้นกับการเดินทางเป็นพิเศษเพราะไม่เคยออกมาจากหมู่บ้านเลย แต่เอ็กซ์กลับมีท่าทีวางเฉยเพราะบริเวณนี้ยังไม่พ้นรัศมีที่เขาเคยแอบออกมาลาดตระเวณโดยลำพังเป็นประจำ รินชอบดอกไม้ตามประสาหญิงสาวแรกรุ่นดรุณีเวลาเจอดอกไม้สวยงามก็มักจะวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ ดอกไม้แปลกที่พบเจอไม่ได้มีแต่ความสวยงามอย่างเดียวเท่านั้น บางชนิดมีพิษร้ายแรงขนาดที่ว่าล้มช้างได้เลย ทำให้จูคอยเตือนรินให้ระวังอยู่บ่อยๆ

เดินทางผ่านหมู่บ้านของจูที่ถูกทำลายไป จูหยุดและยืนมองไปรอบๆ กำหมัดอัดแน่นด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น รินคอยปลอบใจ จากนั้นก็เดินทางลงใต้ต่อไป

กลางคืนก่อไฟย่างไก่ป่าที่จูล่าได้ในป่าไผ่ระหว่างทาง ได้ยินแต่เสียงของรินและจู เอ็กซ์แทบไม่ได้พูดอะไรเลย หลังจากกินไก่ป่าย่างเสร็จ เขาพร้อมสัมภาระออกห่างมานั่งกอดดาบใต้ต้นไม้ ปล่อยทั้งสองนั่งคุยกันข้างกองไฟอย่างสนิทสนม รินแอบส่งสายตาหามองเอ็กซ์เป็นระยะ ก่อนทั้งสามจะนอนหลับพักผ่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น