วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 7 ปีศาจเม่น

ในกลางดึกสงัดเยือกเย็น สายหมอกเริ่มปกคลุม ไฟเริ่มมอดลง เอ็กซ์สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ จึงเข้าไปสะกิดปลุกรินและจูให้ระวังตัว

ฟิ้ว เสียงของแหลมบางสิ่งบางอย่างพุ่งมาหาทั้งสาม จูจับง้าวควงสว่านปัดป้องวัตถุลึกลับกระเด็นปักต้นไม้ข้างจนหมด

แล้วต้นตอของวัตถุลึกลับก็ค่อยๆปรากฎตัวท่ามกลางความมืดสลัว มันคือเม่นยักษ์ขนเหล็ก ลำตัวขนาดใหญ่เท่าควาย จูเปิดฉากง้างง้าวเข้าฟาดฟันก่อนเลย แต่ถูกมันสลัดขนเหล็กใส่ จึงต้องถลาหลบฉากออกไปก่อน เพราะเขารู้ว่าเหล็กแหลมนี้นอกจากจะแหลมคมแล้วยังมีพิษร้ายแรงอีกด้วย

ลักษณะพิษของเม่นปีศาจนี่ก็คือจะทำให้เหยื่อเป็นอำมพาตเป็นชั่วโมง เป็นเวลาที่เพียงพอจะถูกปีศาจตัวนี้กัดกินจนหมด เหยื่อจะไม่สามารถขยับร่างกายได้แต่ประสาทการรับรู้ความรู้สึกต่างๆทุกอย่างยังเหมือนเดิม มันจึงเป็นความเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุด แบบที่ไม่สามารถบรรยายได้ ที่ถูกกัดกินทั้งเป็นอย่างนั้นจนตาย จูรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีเลยไม่กล้าที่จะเสี่ยง

จังหวะนั้นริน ง้างธนูยิงสวนเข้าไปถูกตาของมันข้างหนึ่ง เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมัน พร้อมกับเพิ่มความคลุ้มคลั่ง ต้นไม้ข้างๆล้มระเนระนาด สลัดขนเหล็กกระจัดกระจาย ต้องหลบกันจ้าละหวั่น

เอ็กซ์ไม่รอช้ากระโจนถาโถมเข้าโจมตีด้วยกระบวนท่าเพลงดาบสลาตัน ขนของมันแข็งแรงดุจเหล็กกล้า เรียงตัวเป็นเกราะ ถักทอดูดซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีด้วย ตัวเม่นไม่เป็นอะไรได้แต่กระเด็นไปข้างหลังเท่านั้น

ช่วงเวลาชั่วพริบตานั้นเอง เอ็กได้ค้นพบจุดอ่อนของเพลงดาบสลาตัน เอ็กซ์ได้จู่โจมอีกครั้งหมายจะพัฒนาเพลงดาบสลาตันโดยขณะที่พุ่งเข้าจู่โจมและเหวี่ยงดาบฟาดฟันครั้งแรกไปแล้วนั้น ทิ้งน้ำหนักหมุนตัวตามแรงเหวี่ยงของดาบ ทำให้หมุนกลับมาฟาดฟันได้อีกครั้ง และอีกครั้งในจุดเดิมจนกว่าเป้าหมายจะถูกทำลาย เป็นการประยุกต์ใช้เพลงดาบคอมโบทวิสเตอร์เข้าด้วยกัน แต่เน้นเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าและฟาดฟันดาบแนวทะแยง เรียกว่าท่าใหม่นี้ว่า คอมโบสลาตัน

เขาใช้เพลงดาบคอมโบสลาตัน โจมตีต่อเนื่องหลายสิบครั้ง บวกกับการโจมตีของจูเข้าไปด้วยแล้ว แต่ก็ยังล้มเจ้าปีศาจเม่นยักษ์นี้ไม่ได้ มันเคลื่อนไหวช้าแต่ได้กลับคืนมาซึ่งขนเหล็กที่เป็นทั้งเกราะป้องกันและอาวุธโจมตีศัตรู

รินคอยร่ายเวทย์มนต์สนับสนุนจูและเอ็กซ์ ระหว่างนั้น เอ็กซ์กลับหยุดยืนนิ่ง แท้จริงเขากำลังจ้องหาจุดอ่อนของเม่นยักษ์นั่นเอง

“ริน ยิงตามัน จูฟันจากด้านล่างขึ้นบน” เสียงเอ็กซ์ตะโกนสั่ง รินยิงธนูเข้าเบ้าตาอีกข้างหนึ่งของมันอย่างแม่นยำ จูก็ตามไปใช้ง้าวฟันงัดจากด้านล่างขึ้นบนทำให้ตัวเม่นลอยขึ้นมาด้วยแรงปะทะของจู เผยให้เห็นช่องท้องซึ่งเป็นจุดอ่อนของมัน

เพลงดาบไร้ลักษณ์ เอ็กซ์พุ่งดาบแทงทะลุท้องของมันแบบควงสว่าน การประสานงานอย่างลงตัวพอเหมาะพอดี ทำให้สามารถโค่นปีศาจที่แข็งแกร่งตัวนี้ลงได้

ริน คว้าธนูยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ด้วยกระบวนท่า ศรสายฟ้า เอ็กซ์และจูหันมามองหน้ากันแล้วมองรินด้วยความสงสัยว่าทำอะไร

สักพักใหญ่มีเสียงวัตถุตกลงน้ำในลำธารดังตูมใหญ่ มันคือค้างคาวปีศาจสมุนของตัวหนึ่งของฮิตต้า บินมาสืบดูเหตุการณ์เพื่อกลับไปรายงานนายของมัน มันบินอยู่สูงมากในท้องฟ้าท่ามกลางความมืดแต่ก็ยังถูกรินยิงร่วงน้ำอยู่ดี รินหันมาส่งยิ้ม

เอ็กซ์ถูกขนเหล็กแหลมของปีศาจเม่นยักษ์ระหว่างที่ใช้เพลงดาบคอมโบสลาตันต่อเนื่องชุดใหญ่โจมตีเม่นยักษ์ เป็นสาเหตุให้เอ็กซ์หยุดชะงักไปชั่วขณะเพื่อค้นหาจุดอ่อนมันนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพิษร้าย จูก็สังเกตเห็นจึงกระโดดเข้ารับมือขวางไว้ก่อน แต่ด้วยนาโนคอมพิวเตอร์อีกตามเคย ที่คอยช่วยเหลือเม็ดเลือดขาวในร่างกายจัดการกับพิษร้าย ลดเวลาอำมพาตเป็นชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่วินาทีเอง จูเล่าเรื่องพิษของมันให้ทุกคนได้ฟัง ทำให้รินยิ่งมั่นใจว่าเอ็กซ์คือผู้พิทักษ์แอตแลนตีสในตำนาน เพราะสามารถต่อต้านพิษร้ายได้ จูบอกแปลกใจมาก แต่เอ็กซ์ยักไหล่แล้วยิ้มบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 6 เริ่มต้นเดินทาง

ในเทศกาลงานฉลองประจำปีมีงานเลี้ยงในหมู่บ้าน ยังหลงเหลือไวน์องุ่นให้ได้ลิ้มลองหลังอาหารค่ำ ระดับหัวหน้านายกองต่างๆตั้งวงจิบไวน์ ได้ที่แล้วไม่วายลากเอ็กซ์ร่วมวงด้วย ด้วยความที่เขาไม่เคยดื่มพวกแอลกอฮอล์มาก่อนเลย จึงค่อนข้างจะเมาเร็วกว่าเพื่อน เป็นโอกาสให้จูได้จัดการศัตรูหัวใจ จัดแจงให้มีการดวลไวน์กันตัวต่อตัว แก้วแล้วแก้วเล่า เสียงปรบมือเกรียวกราวจูได้รับชัยชนะในการดวลตัวต่อตัวกับเอ็กซ์เป็นหนที่สองแล้ว หลังจากเอาชนะในการต่อสู้มาแล้วครั้งหนึ่ง ด้านฝีมือการต่อสู้การรบเอ็กซ์คงไม่แพ้จูแน่ แต่เรื่องเมาเอ็กซ์แพ้จูราบคาบแบบไม่ต้องแกล้งแพ้เลย เอ็กซ์เมาสลบคาวงปล่อยให้บรรดาหัวหน้าหมู่นายกองต่างๆ กลั่นแกล้งสารพัดเป็นที่สนุกสนานเฮฮา จูเองก็หัวเราะเยาะด้วยความสะใจ ลำพองว่าได้รับชัยชนะจริงๆแล้วในศึกนี้

แต่แล้วไม่เป็นอย่างที่จูคาดคิดไว้ สถานการณ์กลับกลาย แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร บังเอิญรินมาพบเห็นเข้าพอดีจึงเข้าขัดขวาง พร้อมทั้งพยุงเอ็กซ์ไปที่เตียงตอนในพักของเอ็กซ์ โดยมีบอยคอยช่วย ระหว่างที่รินเช็ดตัวให้เอ็กซ์ รินก็แอบเผลอใจชอบเรือนร่างกำยำของเอ็กซ์เหมือนกัน และเมื่อเอ็กซ์นอนละเมอจับมือรินพร้อมดึงตัวเข้ามากอดไว้แน่น ทำให้รินเขินอายจนหน้าแดง แต่ก็ยินยอมโดยไม่ได้ขัดขืนอันใด จนทำให้คนที่อายจนทนไม่ได้กลายเป็นเด็กชายบอยแทน บอยอมยิ้มแล้ววิ่งออกจากห้องพักปล่อยให้สองคนได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังกลางดึกพักใหญ่ แล้วรินก็กลับไปนอนที่บ้านพักของตัวเอง

รุ่งเช้าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ แต่เหมือนว่ารินไม่กล้าสบตาเอ็กซ์ ซึ่งบอยก็มองหน้ารินแล้วอมยิ้ม รินแก้เขินด้วยการเดินหนี ปล่อยให้เอ็กซ์ทำหน้างงคนเดียว

เอ็กซ์ไม่มีสิ่งใดต้องคิดมากหรือไม่ต้องทำหน้าที่ใดในหมู่บ้าน จึงมีเวลาว่างฝึกจิตฝึกเพลงดาบจนชำนาญขึ้นอีกมาก ทุกเช้ายามที่มีสมาธิกลางน้ำตกนอกหมู่บ้านตามลำพัง เขาได้คิดค้นเพลงดาบไร้ลักษณ์ เป็นการฟันดาบเข้าไปช่องโหว่หรือจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วสูงมากจนไม่สามารถมองเห็นวิถีดาบ จะไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ เพลงดาบนี้ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นการจดๆจ้องๆกันก่อนที่จะลงมือปริดชีพในดาบเดียว เหมือนวิถีการต่อสู้ของซามูไร แต่สำหรับเอ็กซ์มีจิตรู้สึกสัมผัสเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดได้จากลางสังหรณ์บวกกับการเป็นคนช่างสังเกต จึงเสมือนรู้ว่าจุดอ่อนคู่ต่อสู้อยู่ตรงไหน

การฝึกหนักที่กลางน้ำตก ใส่เกราะหนักและอาศัยความหนืดของน้ำจำกัดการเคลื่อนไหวของตัวเอง ฝึกฝนการใช้พละกำลังเอาชนะแรงหนืดของน้ำ เสียงดังจากน้ำตกเป็นการฝึกสมาธิให้ตัวเขาเอง บ่อยครั้งที่เขาสำลักน้ำ จมน้ำบ้าง เกิดสภาวะที่ร่างกายขาดออกซิเจนบ่อยๆ ส่งผลให้นาโนคอมพิวเตอร์ในตัวเขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเป็นครั้งแรก โดยพวกมันช่วยกันเปลี่ยนแปลงปอดส่วนหนึ่งของเขาให้มีสมรรถนะดูดซับออกซิเจนจากน้ำได้ คือทำหน้าที่คล้ายเหงือกของปลา หมายความว่าเอ็กซ์สามารถหายใจในน้ำได้นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้เขาเองยังไม่รู้ตัว

เวลาแห่งการเดินทางก็มาถึง เอ็กซ์มีความมั่นใจกว่าแต่ก่อนมากหลังจากฝึกฝนเพลงดาบอย่างหนักและค้นพบไม้ตายดาบไร้ลักษณ์ด้วย อีกทั้งหมู่บ้านสายหมอกมีระบบระเบียบและกองกำลังมีผู้นำที่ดีน่าจะปกป้องตัวเองได้อยู่ เขาจึงตัดสินใจเข้าไปขออนุญาตเดินทางไปซารามจากหัวหน้าหมู่บ้านตามลำพังเพื่อตามหาหญิงในจิตใต้สำนึกที่เขาคิดว่าเป็นกุญแจไขปริศนาความทรงจำที่หายไปได้ และเป้าหมายในการกำจัดราชาแห่งบากูร่าให้ได้ ดินแดนนี้จะได้อยู่ด้วยกันอย่างสันติเสียที รินทราบเรื่องจึงขอร้องผู้เป็นบิดาขอเดินทางติดตามไปด้วย จูไม่ทันห้ามรินและเขาก็รู้ว่าห้ามไม่ได้ด้วย จึงจำใจต้องติดตามไปด้วยเพื่อปกป้องรินและเป้าหมายสังหารบากูร่าแก้แค้นส่วนตัวด้วย หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านทุกคนจึงเห็นชอบให้ทั้งสามร่วมเดินทางเพื่อช่วยเหลือกันทำภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จ

แม้เป็นช่วงเวลายากลำบากใจ หัวหน้าหมู่บ้านและเหล่าหัวหมู่นายกองต่างรับปากอย่างแข็งขันว่าไม่ต้องห่วงหมู่บ้านสายหมอก ระหว่างที่ไม่อยู่ พวกเขาจะปกป้องมันเองอย่างเต็มกำลัง แม่ของรินและบอยเข้ามากอดรินร้องไห้อาลัยอาวรณ์ โดยหัวหน้าหมู่บ้านยืนน้ำตาซึมอยู่ข้างๆ จูและเอ็กซ์หันมองหน้ากันอย่างเข้าใจว่าถึงเวลาต้องร่วมมือกันแล้ว

ร่ำลากันเสร็จทั้งสามขึ้นม้าเดินทางออกจากหมู่บ้าน ท่ามกลางกำลังใจของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านสายหมอกที่คอยมาส่งหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้าน นับว่าเป็นการเดินทางออกจากหมู่บ้านครั้งแรกของรินด้วย หัวหน้าหมู่บ้านมอบแผนที่อันสำคัญสร้างเมื่อหลายชั่วอายุคน

การเดินทางวันแรกผ่านป่าและภูเขาหินหลายลูกลัดเลาะตามลำธาร มุ่งหน้าลงใต้ ตามแผนที่เก่าแก่ระบุว่าดินแดนซาราม อยู่บริเวณขั้วโลกใต้เลยทีเดียว ดินแดนแทบจะไม่มีแสงแดดเลย แต่ภูเขาไฟแหล่งที่อาศัยของแม็คกาโซ่กลับไม่ปรากฎในแผนที่ รินเป็นคนคุมแผนที่และดูรินจะตื่นเต้นกับการเดินทางเป็นพิเศษเพราะไม่เคยออกมาจากหมู่บ้านเลย แต่เอ็กซ์กลับมีท่าทีวางเฉยเพราะบริเวณนี้ยังไม่พ้นรัศมีที่เขาเคยแอบออกมาลาดตระเวณโดยลำพังเป็นประจำ รินชอบดอกไม้ตามประสาหญิงสาวแรกรุ่นดรุณีเวลาเจอดอกไม้สวยงามก็มักจะวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ ดอกไม้แปลกที่พบเจอไม่ได้มีแต่ความสวยงามอย่างเดียวเท่านั้น บางชนิดมีพิษร้ายแรงขนาดที่ว่าล้มช้างได้เลย ทำให้จูคอยเตือนรินให้ระวังอยู่บ่อยๆ

เดินทางผ่านหมู่บ้านของจูที่ถูกทำลายไป จูหยุดและยืนมองไปรอบๆ กำหมัดอัดแน่นด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น รินคอยปลอบใจ จากนั้นก็เดินทางลงใต้ต่อไป

กลางคืนก่อไฟย่างไก่ป่าที่จูล่าได้ในป่าไผ่ระหว่างทาง ได้ยินแต่เสียงของรินและจู เอ็กซ์แทบไม่ได้พูดอะไรเลย หลังจากกินไก่ป่าย่างเสร็จ เขาพร้อมสัมภาระออกห่างมานั่งกอดดาบใต้ต้นไม้ ปล่อยทั้งสองนั่งคุยกันข้างกองไฟอย่างสนิทสนม รินแอบส่งสายตาหามองเอ็กซ์เป็นระยะ ก่อนทั้งสามจะนอนหลับพักผ่อน

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 5 ท้ารบ


ฮิตต้า เป็นบากูร่าคล้ายสิงโตตัวใหญ่กลายพันธุ์ ขนแข็งแรงดุจเหล็กกล้าสีดำทั้งตัว ถักทอเป็นเหมือนเกราะเหล็กคลุมกาย มีปีกเหมือนค้างคาวที่ปลายปีกมีกงเล็บแหลมคมดุจมีด เสียงคำรามกรีดร้องกังวาลแสบหู ดวงตาสีแดงก่ำถ้าใครจ้องต้องถูกสะกดด้วยความหวาดกลัว แม้ว่าจะมีร่างกายใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้มีความเชื่องช้าอย่างที่คิด กลับมีความรวดเร็วและแข็งแรงอย่างคาดไม่ถึง สมแล้วที่เป็นถึงสมุนเอกของแม็คกาโซ่

เอ็กซ์เปิดฉากการต่อสู้ยกสองด้วยเพลงดาบไลน์สแลช พุ่งเข้าฟันฮิตต้าในแนวระนาบขนานพื้นโลกด้วยความเร็วสูงสุด แต่ฮิตต้าก็บินขึ้นในแนวดิ่งอย่างรวดเร็วเช่นกัน เอ็กซ์กระโดดลอยตัวขึ้นตามและใช้เพลงดาบผ่ากะโหลกโจมตีต่อเนื่องทันที ฮิตต้าก็หลบไปด้านข้างพร้อมกับตวัดกงเล็บตอบโต้ เอ็กซ์ตวัดดาบขึ้นมารับกระเด็นตกใส่หลังคาร้านค้าพังทั้งแถบเหมือนกัน

การต่อสู้ระหว่างเอ็กซ์และฮิตต้าเป็นไปอย่างสูสี ผลัดกันรุกและรับ รินแทบไม่เชื่อด้วยสายตาว่าเอ็กซ์ที่มีความเร็วและพลังขนาดนี้ยังไม่สามารถโค่นล้มฮิตต้าได้ รินคอยร่ายเวทย์มนต์สนับสนุนเอ็กซ์ เวทย์มนต์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์แท้จริงแล้วมันคือพลังจิตสะกดให้เอ็กซ์ดึงพลังแฝงในตัวออกมาใช้เกินขอบเขตของมนุษย์ ไม่ให้มีความเจ็บปวด ไม่ให้มีข้อจำกัดอีกต่อไป

การต่อสู้ท่ามกลางความมืดสลัว นอกจากจะได้ยินแต่เสียงครึกโครมจากการปะทะกันของดาบและกงเล็บ เสียงกรีดร้องชวนสยอง มองเห็นแต่เพียงการเคลื่อนไหวเอ็กซ์ ด้วยชุดเกราะสีขาวเนื้อโลหะแวววาวสะท้อนแสงจันทร์ท่วงท่าสง่างามนัก

การต่อสู้อย่างดุเดือดและดุดัน ไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ แต่ก็ทำอะไรซึ่งกันไม่ได้กินกันไม่ลง การต่อสู้ใช้เวลานานตลอดคืน สมรภูมิรบของทั้งสองกลางหมู่บ้านกลายเป็นลานกว้างพังราบไม่มีชิ้นดี ข้าวของกระจัดกระจาย มีเพียงบาดแผลเล็กน้อยที่ตัวเอ็กซ์แต่ก็หายเองอย่างรวดเร็วด้วยนาโนคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในตัวของเขา

ฮิตต้าพร้อมสมุนบากูร่าโกเลมหินและปีศาจค้างคาว ล่าถอยก่อนแสงอาทิตย์สาดส่อง พร้อมฝากข้อความไว้กับเอ็กซ์ “คนของเจ้าอยู่กับบากูร่า” ก่อนบินจากไป

การโจมตีของพวกบากูร่าเมื่อคืนมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้านได้มากกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน แต่แท้จริงแล้วการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหมายจะกวาดล้างหมู่บ้านสายหมอก แต่เป็นเพียงการเชื้อเชิญให้เอ็กซ์เดินทางออกจากหมู่บ้านสายหมอก เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ความตายที่ใจกลางภูเขาไฟในดินแดนซารามนั่นเอง

จูและกองกำลังป้องกันแนวกำแพงจากโกเลมหินไว้ได้ สังหารโกเลมหินได้เป็นจำนวนมาก แต่ตัวเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน รินรีบเข้าไปร่ายเวทย์มนต์รักษา บรรเทาความเจ็บปวด

หัวหน้าหมู่บ้านสำรวจความเสียหายในตอนเช้า ระดมชาวบ้านซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย เผาทำลายซากบากูร่านอกหมู่บ้าน และรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บกันอย่างขยันขันแข็ง สร้างความประหลาดใจให้เอ็กซ์ที่เดินสำรวจดูรอบหมู่บ้าน เขาสังเกตเห็นใบหน้าชาวบ้าน เห็นแววตาเปี่ยมด้วยกำลังใจดีเยี่ยมทั้งที่พวกเขาเพิ่งจะผ่านสงครามมาตลอดคืนนี้เอง ผู้คนบาดเจ็บล้มตายไม่น้อย ทั้งนี้เพราะพวกเขามีความหวังที่ตัวเอ็กซ์นั่นเอง เมื่อเอ็กซ์เดินไปใกล้ชาวบ้านร้องไชโยโห่ร้องเฮ หัวหน้าหมู่บ้านเดินมาจับไหล่แสดงความยินดีกับชัยชนะในการปกป้องหมู่บ้าน แต่ตัวเอ็กซ์รู้ดีแก่ใจว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

ตอนที่ 4 ถูกโจมตี

หมู่บ้านสายหมอกมีลักษณะภูมิศาสตร์ล้อมรอบด้วยกำแพงที่เกิดจากธรรมชาติ กำแพงหินแหลมคมมีส่วนผสมของโลหะแพลต บางส่วนของกำแพงถูกสร้างขึ้นเองจากคำสั่งของหัวหน้าหมู่บ้านเป็นแนวป้องกันบากูร่าได้มาตลอด อุดมสมบูรณ์มีลำธารมีน้ำตกใกล้หมู่บ้าน มีหมอกทุกเช้าเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 300 คน อยู่กันอย่างหนาแน่นในหมู่บ้าน กองกำลังรักษาหมู่บ้านคัดเลือกจากชายหนุ่มในหมู่บ้านราว 80 คน แต่ละคนล้วนแต่ได้รับการฝึกอย่างทหาร แบ่งหน่วยแบ่งกองรวมเป็นกองกำลังป้องกันหมู่บ้านเรื่อยมาอย่างเข้มแข็ง โดยมีหัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนออกคำสั่ง จัดหน่วยลาดตระเวณทหารม้าให้จูเป็นหัวหน้าชุด รินเป็นหัวหน้ากองธนู ด้วยจำนวนแล้วน้อยนิดนักเมื่อเทียบกับอีกฝ่ายด้านมืดที่ครอบครองอาณาจักรนี้อยู่

เอ็กซ์ค่อนข้างสันโดษในหมู่บ้าน บุคลิกไม่ค่อยพูดอยู่แล้วด้วย ไม่ได้มีหน้าที่หลักอะไรในหมู่บ้าน อาจจะเป็นเพราะว่าหัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่ายังไม่พร้อม อาศัยอยู่บ้านพักเล็กๆใกล้กับที่อยู่ของหัวหน้าหมู่บ้าน มีแต่รินผู้อ่อนโยนคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี ทั้งด้านอาหารการกินต่างๆ ซักผ้าทำความสะอาดห้อง โดยที่บอยไม่ได้ขัดขวางกลับสนับสนุนเขาทั้งสองเสียด้วยซ้ำไป บอยและกลุ่มเพื่อนพยายามจัดฉากให้สองคนได้อยู่ด้วยกันตามลำพังตลอดเวลา และดูเหมือนว่ารินก็เริ่มมีใจให้เอ็กซ์เช่นกัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็อยู่ในสายตาหัวหน้าหน่วยลาดตระเวณตลอดเช่นกัน เปลวไฟเล็กๆก่อกำเนิดขึ้นในใจจูผู้นี้แล้ว

หลังจากเหตุการณ์ฝูงลิงยักษ์เยติโจมตีนอกหมู่บ้าน เป็นสัญญาณนองเลือด หัวหน้าหมู่บ้านมีคำสั่งเสริมกำลังแนวป้องกันทุกด้าน เตรียมความพร้อมกำลังพลตลอด 24 ชั่วโมง

ที่จริงแล้วเวลาในดินแดนแห่งนี้จะยาวนานกว่าโลกปัจจุบันของโจถึง 2 เท่า อีกมิติหนึ่งที่คู่ขนาน แกนเวลาผิดเพี้ยนเนื่องจากรูหนอนแห่งกาลเวลา ซึ่งแม้แต่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ก็ยังอธิบายความสัมพันธ์ของเรื่องนี้ไม่ได้ รวมทั้งแรงดึงดูดของดินแดนนี้น้อยกว่าโลกปัจจุบันของโจถึง 5 เท่า เป็นเหตุผลที่ เขามีพละกำลังและความเร็วมากกว่าในแรงดึงดูดน้อยอย่างนี้ กระโดดได้สูงกว่า 10 เมตร วิ่งได้เร็วกว่า ใช้ดาบขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาในหมู่บ้าน

เป็นไปตามที่คาดคิดกันไว้ ช่วงเวลาสงครามกำลังเกิดขึ้น ฮิตต้า สมุนเอกของ แม็กกาโซ่ อาศัยอยู่ในถ้ำมืดมิดแดนใต้ มีปีกเหมือนค้างคาวกงเล็บแหลมคมดุจมีด เป็นผู้ที่สร้างรอยแผลครอสไว้บนหน้าอกของเอ็กซ์ พร้อมกองกำลังบากูร่า ค้างคาวปีศาจและโกเลมหิน มุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านสายหมอก โดยโกเลมหินเป็นทัพหน้ามาก่อนในกลางดึกที่แสงจันทร์สลัว

โกเลมหิน แท้จริงแล้วเป็นสิ่งมีชิวิตกลายพันธุ์ อาศัยอยู่ป่าหิน โดยการพรางตัวคล้ายหินคอยจับสิ่งมีชีวิตที่ผ่านใกล้เป็นอาหาร ผิวหนังที่คล้ายหินนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อการพรางตัวอย่างเดียว แต่มันยังมีความแข็งแรงไม่แพ้หินเลยทีเดียว ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ทำให้มันมีพละกำลังอย่างมาก มันจึงถูกเลือกมาเป็นผู้ทำลายกำแพงและแนวป้องกันของหมู่บ้านสายหมอก

ค้างคาวปีศาจอาศัยอยู่ถ้ำมืดมิดตอนใต้ตัวใหญ่เท่ามนุษย์ ปีกยาวกว่าสิบเมตร สีดำ มีนัยตาสีแดงก่ำ เขี้ยวแหลมคม ดูดเลือดเหยื่อกินเป็นอาหาร

เป็นเอ็กซ์ที่ล่วงรู้การโจมตีนี้ก่อนเช่นเคยโดยสัญชาตญาณ เขาออกสำรวจป่านอกหมู่บ้านตามลำพังเป็นการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งหนึ่ง และปะทะกับกองกำลังโกเลมหินด้วยจำนวนที่มากกว่าและสังเกตเห็นฝูงค้างคาวกำลังบินโจมตีหมู่บ้านด้วยเช่นกันเกรงจะไม่ทันตั้งตัว เขาสังหารโกเลมหินไปจำหนึ่ง เขาจึงล่าถอยกลับเข้าไปเตือนทุกคนในหมู่บ้าน

หัวหน้าหมู่บ้านสั่งให้เด็ก สตรี และคนชราเข้าไปหลบอยู่ในหลุมหลบภัย และสั่งให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด

รินนำกองธนูขึ้นประจำป้อมปราการ สั่งระดมยิงค้างคาวปีศาจ จูนำกองกำลังทหารม้าออกไปรับมือกับปีศาจโกเลมหินที่พยายามจะทุบทำลายแนวป้องกันเพื่อบุกเข้าในหมู่บ้าน เอ็กซ์สัมผัสรู้ได้ว่ามีศัตรูตัวฉกาจอีกตัวที่ยังไม่ปรากฎตัว เขาจึงเตรียมรับมืออยู่บนกำแพง

ความโกลาหลเกิดขึ้นในหมู่บ้าน ฝูงค้างคาวปีศาจจำนวนมากโจมตีจากด้านบนจับกองกำลังป้องกันหมู่บ้านไปฆ่าตายหลายคน ผู้คนล้มตาย บ้างก็ถูกจับหิ้วขึ้นบนอากาศแล้วปล่อยให้ตกลงพื้นดินตายอนาถ รินยิงธนูสังหารเหล่าค้างคาวปีศาจจำนวนมากเช่นกัน ฮิตต้าจึงปรากฎตัวมุ่งหน้าเข้าหารินจากด้านหลังโดยที่รินไม่ทันระวังตัว ท่ามกลางความมืดสลัว

โครม เสียงดาบของเอ็กซ์ที่โถมมาสุดกำลังทั้งตัวด้วยเพลงดาบสลาตัน แต่ฮิตต้าไม่ใช่บากูร่าธรรมดาหลบได้ ด้วยความเร็วและแรงปะทะของเอ็กซ์ ป้อมปราการข้างรินพังทั้งแถบ เอ็กซ์คว้ารินไว้ในอ้อมกอดกระโดดลงพื้นด้านล่างป้อม เอ็กซ์สั่งรินให้ถอยออกไป เขาสัมผัสได้ถึงความร้ายกาจ ราวกับรู้ว่าต้องเป็นเขาเท่านั้นที่จะรับมือกับฮิตต้าได้ เขาจำเสียงคำรามและเสียงกระพือปีกได้ เขารู้ในใจทันทีเลยว่า ปีศาจตนนี้เกี่ยวข้องกับหญิงสาวในภาพความทรงจำที่เหลืออยู่แน่นอน

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 3 ความทรงจำ



ปี 2012 ไม่ได้มีปรากฎการณ์วันสิ้นโลกอย่างคำทำนายแต่อย่างใด ในทางกลับกันอีกไม่กี่ปีต่อมาเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีโดยเซิร์นประสบความสำเร็จได้เร่งอนุภาคชนกันอีกครั้งหลายครั้ง นอกจากจะอธิบายได้เรื่องกำเนิดจักรวาลแล้ว ยังมีความก้าวหน้าด้านวิทยาการต่างๆแบบก้าวกระโดดอีกมากมาย การชนกันของอนุภาคขนาดเล็กบางครั้งก่อให้เกิดหลุมดำอย่างที่หลายคนกังวลไว้จริง แต่เป็นหลุมดำขนาดเล็กเกิดขึ้นชั่วพริบตา และสามารถควบคุมได้ จึงมีการพัฒนาสร้างหลุมดำขนาดใหญ่ที่ควบคุมได้ขึ้นมาในหลายมหาวิทยาลัยในแต่ละประเทศ เพื่อทำการศึกษาหลุมดำ และความเชื่อมโยงกันระหว่างหลุมดำและหลุมขาว เนื่องจากมีความแตกต่างกันที่หลุมดำดึงดูดพลังงาน และหลุมขาวปลอดปล่อยพลัง

โจ วิศวกรหนุ่มนักศึกษาปริญญาเอกมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ สนใจแต่การศึกษาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เขามีความเชื่อว่า “คนสร้างคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์สร้างคน” เขาไม่ได้สร้างหุ่นยนต์หรือคนเหล็กที่แข็งแกร่ง แต่เขาประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องจักรกลจิ๋วมีสมองคอมพิวเตอร์ขนาดนาโนเทคโนโลยี ฉีดเข้าร่างกายเป้าหมายเพื่อวงการแพทย์ ใช้ในการตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติในตัวมนุษย์และส่งสัญญาณแบบไร้สายแจ้งเตือนคอมพิวเตอร์หลักเมื่อมีความผิดปกติในร่างกาย เช่น ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ปริมาณฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย คอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วนี้ถูกพัฒนาให้ฉลาดขึ้นอีก นอกจากจะตรวจพบสิ่งผิดปกติได้แล้วยังสามารถวิเคราะห์ตัดสินใจจัดการซ่อมแซมแก้ไขส่วนที่ผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย หมายความว่าสามารถรักษาโรคหรือความผิดปกติได้เองอัตโนมัติ เช่นคนตาบอดสี ก็สามารถกลับมาเป็นคนสายตาปกติได้ ตลอดจนการเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคโดยการเข้าไปช่วยเหลือเม็ดเลือดขาวในการจัดการเชื้อโรคต่างๆที่เข้ามาในร่างกาย หรือรักษาโรคเอดส์ได้ ความสำเร็จนี้ปฏิวัติวงการแพทย์ในศตวรรษที่ 20 อย่างแท้จริง จนเขาได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบล

ด้วยเหตุที่เขาได้รับการปลูกฝังมาเพื่อให้สร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อมวลมนุยชาติ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องการทำลายล้างเลย ซึ่งการทำลายล้างก็เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสมดุลของสรรพสิ่งด้วยเช่นกัน มีคำสอนตามหลักศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่าเป็นอนิจจังที่มนุษย์ทุกคนต้องมี เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่ทว่าเทคโนโลยีที่โจสร้างขึ้น มันทำให้มนุษย์ไม่ตาย จึงจินตนาการไม่ออกเลยว่าโลกนี้จะวุ่นวายอย่างไร ทรัพยากรมีไม่เพียงพอกับความต้องการ เกิดการแย่งชิง เกิดสงคราม โลกกำลังจะถึงกาลอวสานตามคำทำนาย แต่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ หากจะเกิดจากการสร้างสรรค์สิ่งที่ผิดธรรมชาติของโจเป็นตัวการ

ดร.นาวิน แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเทศไทย ผู้นำการศึกษาค้นคว้าหลุมดำในประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการสร้างหลุมดำที่ควบคุมได้ และมีโครงการจะส่ง เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ สิ่งมีชีวิต จนกระทั่งส่งมนุษย์ผ่านหลุมดำต่อไป เพื่อการศึกษาว่าเมื่อผ่านหลุมดำไปแล้ว จะมีสภาวะเป็นอย่างไร มีความเกี่ยวข้องกับหลุมขาวหรือไม่ และหลุมขาวอยู่ที่ไหน

คอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วที่สามารถฉีดเข้ากระแสเลือดสิ่งมีชีวิตและติดต่อสื่อสารได้ ผลงานของศิษย์รัก เป็นสิ่งที่น่าสนใจของ ดร.นาวิน ที่ต้องการจะให้ฉีดเข้าในตัวหนูทดลองแล้วส่งผ่านหลุมดำไป จึงได้เชิญ โจ เข้าไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ห้องทดลองที่มหาวิทยาลัย โจและทานตะวัน สาวสวยคนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน ไปร่วมเป็นสักขีพยานความสำเร็จ แต่ทว่าผลมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ระบบในห้องทดลองขัดข้องทำให้ไม่สามารถควบคุมหลุมดำได้อีกต่อไป โจและทานตะวันถูกดูดหายเข้าไปในหลุมดำ

โจตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ความรู้สึกแปลกเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง โดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ที่เขารู้สึกได้ตอนนี้ก็คือมีเสียงบางสิ่งบางอย่างกำลังคืบคลานใกล้เข้ามา ทันใดนั้น สิ่งนั้นจู่โจมเขาทันที โจยกแขนรับพร้อมทั้งชก และจับฉวยทุกสิ่งที่อยู่รอบกายตีตอบโต้ทันที เสียงทานตะวันร้องให้ช่วย เสียงหายขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับเสียงกระพือปีกของบางสิ่งบางอย่าง หน้าอกของเขาถูกของมีคมเฉือน หัวถูกกระแทกอย่างรุนแรง และแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บอย่างหนักราวกับว่าแขนจะขาด เลือดไหลไม่หยุด เขามองเห็นแสงไฟ เขาจึงวิ่งตรงเข้าไปขอความช่วยเหลือ เป็นบ้านหลังหนึ่ง ชายวัยกลางคนออกมาให้ความช่วยเหลือเขา และโจหมดสติอีกครั้งหนึ่ง

ปลายสุดอุโมงค์อีกด้านหนึ่งของหลุมดำที่เรียกว่าหลุมขาว ดินแดนลึกลับแห่งนี้ แท้ที่จริงแล้วมันคือ แอตแลนติส ตามคำกล่าวอ้างของเพลโต ดินแดนที่หายไป 10,000 ปีที่ผ่านมา แผ่นดินเหมือนโลก แต่ไม่เคยพบเจออยู่ในแผนที่โลก โลกแห่งจินตนาการโดยแท้ กล่าวกันว่าดินแดนแห่งนี้จมลงใต้มหาสมุทร ตำแหน่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า แต่แท้จริงแล้วดินแดนแห่งนี้ครั้งหนึ่งก็เคยผ่านหลุมดำขนาดใหญ่มาเหมือนกัน ไม่ว่าอาณาจักรแห่งนี้จะมีความเป็นมาอย่างไร แต่ที่เห็นได้ในตอนนี้ ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการฆ่า โชคชะตาคงกำหนดมาให้โจผู้ไม่ตายให้มาอยู่ในมิติที่เหมาะสม กำหนดให้เขาต้องมาเป็นผู้นำการต่อต้าน ผู้นำการจัดระเบียบให้ดินแดนแห่งนี้ หรือว่าเรื่องนี้เป็นการรักษาสมดุลของจักรวาล

หลุมดำ หลุมขาว รูหนอนแห่งกาลเวลา ความผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของสิ่งมีชิวิตที่เดินทางผ่านมันไป ทำให้กลายพันธุ์ มีความสามารถพิเศษเกินมนุษย์ และเช่นเดียวกันกับสัตว์ กลายพันธุ์ด้วย ในดินแดนแห่งนี้ มนุษย์ไม่ได้อยู่ระดับบนสุดของห่วงโซ่อาหารอีกต่อไป

ก่อนหน้านี้โจได้แอบทดลองสิ่งที่เขาค้นพบกับตัวเอง โดยฉีดคอมพิวเตอร์จิ๋วที่เขาพัฒนาให้ฉลาดมากสุดจำนวนหนึ่งเข้าร่างกายของเขาเองเป็นเหตุผลที่แผลของเขาหายสนิทในข้ามคืนทิ้งไว้แต่รอยแผลเป็น หัวกระแทกหรือว่าการเดินทางผ่านหลุมดำทำให้ความทรงจำบางส่วนของเขาหายไปด้วย

คอมพิวเตอร์จิ๋วที่โจสร้างไว้มันทำงานได้ดีจนเกินคาดไว้ มันฉลาดมากขนาดที่ว่าตัดต่อดีเอ็นเอ ทำให้มีการพัฒนาสายพันธุ์มนุษย์ นอกจากจะรักษาโรคต่างๆได้แล้ว ยังสามารถรักษาบาดแผลได้เองอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวิวัฒนาการล่าสุด มันสามารถเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมมนุษย์ได้นั่นเอง มนุษย์บางคนไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป ขนาดที่จะกล่าวได้ว่าฆ่าไม่ตายหรือเป็นอมตะ คือสิ่งที่จิ๋นซีฮ่องเต้และมนุษยชาติพยายามตามหามาตลอด แต่เมื่อนั้นจะหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ ใครก็ไม่สามารถให้คำตอบได้เช่นกัน นั่นคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวโจ การเปลี่ยนแปลงที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคาดคิดถึงมาก่อน และมันก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์มันจึงไม่สามารถทำงานได้เมื่อถูกรบกวนจากกระแสไฟฟ้าหรือสนามแม่เหล็กหรือสัญญาณอื่นจากนอกโลก หรือทำให้การทำงานมีความผิดพลาดส่งผลกระทบอย่างรุนแรงโดยตรงต่อร่างกายจนอาจจะถึงตายได้เหมือนกัน

ตอนที่ 2 กำเนิดเอ็กซ์



เช้าวันหนึ่งหลายเดือนก่อนในหมู่บ้านสายหมอกชายหนุ่มตื่นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง พร้อมมีคนมุงดูมากมายซุบซิบสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา ชายหนุ่มพบว่าตัวเองมีแผลเป็นรูปกากบาทอยู่ที่หน้าอก

“เอ็กซ์” เด็กคนหนึ่งร้องทักขึ้นพร้อมชี้นิ้วมาที่เขา ชายแก่หัวหน้าหมู่บ้านเล่าให้เขาฟังว่า เมื่อคืนเอ็กซ์ได้รับบาดเจ็บหนัก ที่หน้าอกและแขนซ้าย มาขอความช่วยเหลือที่หมู่บ้าน และชาวบ้านก็ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ แต่เป็นที่ประหลาดใจเช้านี้ แผลหายสนิท ปาฏิหาริย์นี้พวกชาวบ้านเชื่อกันว่า เอ็กซ์เป็นผู้พิทักษ์แอตแลนตีสในตำนานที่เล่าขานและมีบันทึกกว่าหมื่นปีมาแล้ว

ณ ดินแดงแห่งนี้ ก่อนหน้าเคยเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมาแสนนาน มีสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์รวมทั้งพวกบากูร่าที่กินเนื้อแต่ก็อาศัยร่วมกับมนุษย์อยู่อย่างสงบ โดยมีเหล่าผู้พิทักษ์ในตำนานคอยจัดการความขัดแย้งแต่ละเผ่าพันธุ์ ก่อนจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ได้มาจากโลกเข้ารุกราน เชื่อกันว่ามันคือมนุษย์ต่างดาว พวกมันกลายเป็นราชาของพวกบากูร่ามีโลหิตสีเหลืองเช่นเดียวกับพวกบากูร่าคาดว่าน่าจะมีสายพันธุ์เดียวกัน มีพลังจิตสามารถควบคุมพวกบากูร่าได้ และครอบครองอาณาจักรแห่งนี้มาร่วมทศวรรษ สิ่งที่แตกต่างจากพวกบากูร่าคือมันมีความโหดร้ายทารุณไร้ความปราณีมีสัญชาตญาณของสัตว์ป่านักล่าโดยแท้ พวกมันทำลายล้างอารยธรรมมนุษย์ที่เจริญรุ่งเรืองเกือบหมดสิ้นจนทำให้กลับเข้าสู่ยุคมืดอีกครั้งหนึ่ง บ้านเมืองลุกเป็นไฟด้วยสงคราม มีแต่กลิ่นอายของการฆ่าฟัน สิ่งเดียวที่หยุดยั้งพวกมันได้คือโลหะพิเศษเรียกว่าโลหะแพลตที่มีอยู่ในหมู่บ้านสายหมอกแห่งนี้เท่านั้น นี่คือเหตุผลที่หมู่บ้านสายหมอกเป็นหมู่บ้านเดียวที่รอดพ้นไม่ถูกโจมตีนั่นเอง โลหะพิเศษนี้ช่างเหล็กในหมู่บ้านนำมาผลิตดาบและชุดเกราะให้เอ็กซ์ และคนในหมู่บ้านเพื่อต่อกรกับพวกต่างดาวนั่นเอง มีความแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา สีขาวเงิน และที่สำคัญมันเป็นโลหะชนิดเดียวที่สามารถสร้างความเสียหายให้เหล่าอสูรกายจากต่างดาวได้ สร้างความไม่พอใจกับแม็คกาโซ่ราชาของเหล่าบากูร่าเป็นอย่างมาก มุ่งหมายจะกวาดล้างหมู่บ้านนี้ให้ได้ ไม่เคยมีใครบอกว่าได้พบเห็นแม็คกาโซ่ อาจจะเป็นเพราะว่าคนที่มีโอกาสได้เห็นไม่มีโอกาสได้มาเล่าให้ฟังคือถูกสังหารสิ้นนั่นเอง แค่เหล่าสมุนก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนไม่กล้าออกจากหมู่บ้านแล้ว

ริน ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านรูปร่างหน้าตาดี ขาว สวย เก่ง เป็นนางฟ้าของชายหนุ่มทั้งหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครอาจเอื้อมช่างสูงส่งดุจพญาหงส์บนฟ้าแม้แต่คิดก็ไม่คู่ควรแล้ว สายตาคมดุจเหยี่ยว เชี่ยวชาญหลายภาษา ศึกษาวิชาการรักษา พลังจิตเยียวยาและเพิ่มพละกำลังดั่งมีเวทย์มนต์ เธอใส่ชุดเกราะสีชมพูสวยงามสลับกับขาวเงินของโลหะแพลต ที่สำคัญเธอยิงธนูเก่งกว่าใครในหมู่บ้าน เธออ่อนโยนกับเด็กๆ เป็นที่รักของเด็กทั้งหมู่บ้าน

จู ชายหนุ่มลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านการิมซึ่งถูกบากูร่าโจมตีพินาศไปรวมทั้งหัวหน้าหมู่บ้านพ่อของเขาก็ถูกฆ่าตายในเหตุการณ์นั้นด้วย เป็นเหตุให้เขามีความแค้นฝังลึกกับพวกบากูร่า จูมีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง ทำให้เขารอดตายจากการโจมตีครั้งนั้น จูมีหน้าตาหล่อเหลา ผมยาว คมเข้ม เป็นที่ลุ่มหลงของสาวๆทั้งหมู่บ้านชื่นชมในความเก่งกาจและมาดผู้นำ เชี่ยวชาญอาวุธยาว กระบอง ง้าว ชุดเกราะสีน้ำเงินเข้มสลับด้วยขาวเงินของโลหะแพลต ด้วยคุณสมบัติเด่นทุกประการ เชื่อกันว่าจะก้าวมาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านสายหมอกคนต่อไป โดยจูจะแต่งงานกับริน ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านนั่นเอง แต่ก็มีบอยน้องชายรินและกลุ่มเพื่อนของเขาคอยขัดขวางความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่ชอบท่าทางหยิ่งยโสบ้าอำนาจของจู

เอ็กซ์ได้รับการดูแลจากหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านเป็นอย่างดีเพราะพวกเขาเชื่อว่า นี่คือความหวังของพวกเขา เอ็กซ์ได้เรียนรู้อารยธรรมต่างๆของหมู่บ้านและดินแดนแห่งนี้อย่างรวดเร็วด้วยคำแนะของผู้เชี่ยวชาญแต่ละศาสตร์ของหมู่บ้านประกอบกับความอัฉริยะของเขาเอง เอ็กซ์ได้ศึกษาศาสตร์การต่อสู้ป้องกันตัวเองด้วยศาสตราวุธต่างๆทุกชนิด และค้นพบว่าตัวเองถนัดใช้ดาบมากที่สุด ช่างหาญช่างเหล็กฝีมือดีในหมู่บ้านได้ตีดาบแบบพิเศษทำจากโลหะแพลตเป็นอาวุธให้เอ็กซ์ ดาบของเอ็กซ์ใหญ่และหนักกว่าดาบของใครในหมู่บ้าน เพียงเวลาไม่กี่เดือนเขาสามารถใช้ดาบชนะหน่วยป้องกันของหมู่บ้านได้ทุกคนในการประลองยกเว้นจู ซึ่งชนะเอ็กซ์ในการประลอง แท้จริงแล้วเอ็กซ์รู้ว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องชนะจู เพราะเขาเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง จูว่าที่หัวหน้าหมู่บ้านสายหมอกคนใหม่จะต้องมีลักษณะแข็งแกร่งพร้อมปกป้องทุกคนในหมู่บ้านต่อไป และเขาเองก็ไม่ได้คิดอยากจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน

เอ็กซ์มีความแข็งแกร่งมีพลังแฝงในตัวซึ่งตัวเขาเองก็ประหลาดใจอยู่เหมือนกัน กระบวนท่าพื้นฐานที่เอ็กซ์ได้ฝึกฝนจากหมู่บ้านนี้คือ เพลงดาบผ่ากะโหลก เป็นการกระโดดขึ้นใช้ดาบฟันกระแทกลงมาจากที่สูงในแนวดิ่ง มีอานุภาพความรุนแรงขนาดสามารถผ่าหินผาก้อนโตเป็นสองซีกได้ กระบวนท่าคอมโบทวิสเตอร์ เป็นการตวัดดาบหมุนรอบตัวต่อเนื่องราวกับพายุ เป็นการโจมตีหมู่ทิศทาง 360 องศาทำลายล้างศัตรูที่อยู่โดยรอบได้ เพลงดาบไลน์สแลช การพุ่งเข้าฟันดาบในแนวระนาบอย่างรวดเร็ว เพลงดาบสลาตัน เป็นการโถมพุ่งเข้าฟาดฟันในแนวทะแยงด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีให้เป้าหมายกระเด็นพร้อมกับถูกทำลายซึ่งท่านี้ศัตรูหลบได้ยากมาก


เอ็กซ์ได้รับการฝึกพลังจิตจากผู้เฒ่าในหมู่บ้านด้วย เนื่องจากเขาสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน จิตใจว่างเหมาะกับการฝึกจิตยิ่งนัก ทำให้มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว จิตเขาสามารถสัมผัสล่วงรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ได้ อาจจะอธิบายได้ว่ามันคือสัญชาตญาณก็ได้ พัฒนาการขั้นต่อไปของพลังจิตเขาคือการสะกดจิตผู้คนให้อยู่ในอำนาจ แต่เขาก็ยังไม่สามารถฝึกสำเร็จได้อาจจะเนื่องมาจากยังมีภาพหญิงสาวในจิตใต้สำนึกคอยทำลายสมาธิของเขาอยู่ตลอดเวลา

การปรากฎตัวของเอ็กซ์สร้างความไม่พอใจให้กับจูอย่างมากเหตุเพราะว่า รินและทุกคนในหมู่บ้านมีความศรัทธาชื่นชอบในตัวเอ็กซ์นั่นเอง และตัวเขาก็รู้ดีแก่ใจว่าเหตุใดเขาจึงชนะเอ็กซ์ได้ในการประลอง แต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้เขาทั้งสามต้องร่วมมือกันปกป้องดินแดนแห่งนี้เพื่อความสงบสุขกลับมาสู่โลกแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง พร้อมด้วยการเดินทางมุ่งหน้าเข้าดินแดนซารามเพื่อตามหาหญิงสาวในภาพความทรงจำเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในสมองกุญแจไปสู่ความทรงจำทั้งหมดกลับมา และเป้าหมายกำจัดแม็กกาโซ่ ซารามดินแดนที่โหดร้ายไม่เคยมีผู้รอดชีวิตกลับมา เป็นอาณาจักรของเหล่าบากูร่า

ตอนที่ 1 แสงเทียน


เช้าวันหนึ่ง ณ ดินแดนที่เงียบสงบ นกร้องออกอาหาร ลมยามเช้าเย็นสบาย แสงอาทิตย์กำลังสาดส่องผ่านหุบร่องเขาให้ความอบอุ่น ต้นไม้พริ้วไหวตามแรงลม ลำธารน้ำใสไหลเย็น เป็นวันที่เงียบสงบแจ่มใสวันหนึ่ง เด็กวิ่งเล่นกันกลางสนามหญ้า แต่หาได้รู้ไม่ว่า มีสายตาอำมหิตหลายคู่จากพุ่มไม้กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่

ทันใดนั้น อสูรกายลิงยักษ์หิมะขาวฝูงใหญ่ไม่น้อยกว่า 30 ตัวกรูกันออกมาจากพุ่มไม้เข้ามาล้อมเด็กๆ ท่าทางหิวโหยน้ำลายฟูมปาก หมายจะกัดกินเด็กๆเป็นอาหาร เด็กๆร้องไห้กอดกันท่ามกลางวงล้อมของลิงยักษ์ที่ตัวใหญ่สูงราว 8 ฟุต มี 4 แขนพร้อมกงเล็บที่แหลมคม มีสองขาเดินเหมือนคน ดวงตาสีแดงก่ำ ขนสีขาวราวกับหิมะ เขี้ยวแหลมคมสีขาวยาวเกือบฟุต ล่าเหยื่อเป็นฝูง เสียงร้องคำรามโหยหวนประสานกันชวนสยดสยองยิ่งนัก

ชายหนุ่มลึกลับคนหนึ่งในผ้าคลุมสีดำกระโดดลอยตัวมาจากยอดไม้ ฉับ! เสียงดาบฟันลงกลางศรีษะลิงยักษ์ตัวหนึ่งอย่างหนักหน่วงทะลุลงพื้นดินจนทำให้ร่างลิงยักษ์ขาดเป็นสองท่อน พร้อมกับเท้าสองข้างของเขาสัมผัสพื้นดินอย่างรุนแรงพสุธาสะเทือนดังสนั่นทำให้ลิงทั้งฝูงที่เหลือถึงกับหยุดชะงัก มันคือเพลงดาบผ่ากะโหลก เขาค่อยๆยกดาบขึ้นพร้อมกับค่อยๆยืนขึ้น ฝุ่นเริ่มจาง มองเห็นเลือดสีเหลืองหยดติ๋งที่ปลายดาบขาวเงินหนาใหญ่ยาวกว่าเมตร ลมพริ้วผ้าคลุมให้มองเห็นชุดเกราะสีขาวเงินวาวของเนื้อโลหะ ลิงยักษ์ทั้งฝูงหายตกใจเข้ามาล้อมตัวชายหนุ่มลึกลับ เขาหมุนตัวกวัดแกว่งดาบรอบตัวเองอย่างรวดเร็วเสียจนไม่สามารถมองเห็นคมดาบ เรียกว่ากระบวนท่าคอมโบทวิสเตอร์เป็นการโจมตีแบบต่อเนื่องรอบตัวเอง 360 องศา เพียงเวลาไม่กี่วินาที ลิงยักษ์ทั้งฝูงล้มตายกันสิ้น ทิ้งไว้แต่ซากศพเกลื่อนกลาด เลือดสีเหลืองสาดนองพื้นสนามหญ้า

เสียงต้นไม้หักดังครึกโครมจากป่า จ่าฝูงที่มีตาข้างเดียว แหวกต้นไม้ กระโจนออกมา ตัวสูงใหญ่กว่าตัวอื่นๆมาก ขนสีขาวออกเทา เสียงคำรามดังก้องสะท้านป่า แสดงออกให้เห็นถึงพลังอันน่าสะพึงกลัวของมัน กำปั้นทุบอกราวกับเสียงรัวกลองรบ มันค่อยๆย่างก้าวเข้ามาหาเป้าหมายของมันคือตัวชายหนุ่ม

ฉับ! ดาบอันรวดเร็วตัดคอลิงปีศาจจ่าฝูงขาดกระเด็น ร่างล้มตึง ไม่ทันที่ลิงยักษ์จ่าฝูงจะได้ทำอะไรด้วยซ้ำไป กระบวนท่าไลน์สแลชด้วยพลังอันรุนแรงรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนทำได้มาก่อน

โดยปกติสิ่งมีชีวิตชนิดนี้จะไม่โจมตีมนุษย์แต่จะล่าเก้งกวางเป็นอาหาร นับว่าเป็นครั้งแรกที่ฝูงลิงยักษ์นี้บุกโจมตีเข้าใกล้หมู่บ้านสายหมอกขนาดนี้ราวกับว่ามีแรงดึงดูดของบางสิ่งบางอย่างให้พวกมันให้เข้ามา แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มก็รู้สึกสัมผัสได้โดยสัญชาตญาณเช่นกัน เขาจึงมาดักรออยู่บนยอดไม้ล่วงหน้าก่อนแล้ว

ชายหนุ่มเปิดผ้าคลุมหน้า เผยให้เห็นแววตาอันอ่อนโยน มองไปที่เด็กๆ แต่เวลาที่เขามองไปยังซากเหล่าอสูรกายตาเป็นประกายดุดันเหมือนโกรธแค้นกันมาช้านาน มือขวากำดาบแน่นพร้อมมือซ้ายกุมหน้าอกตัวเองด้วยความคับแค้น เขาช่วยพาเด็กๆกลับหมู่บ้านอย่างปลอดภัยจากฝูงลิงยักษ์ปีศาจ หนึ่งในพวกบากูร่าที่คอยตามล่าเหล่ามนุษย์ในหมู่บ้านอยู่ บอยเด็กชายอยู่ในกลุ่มวิ่งไปกอดรินผู้เป็นพี่สาว รินลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านมองตาชายหนุ่มด้วยแววตาขอบคุณ

การปรากฎตัวของชายหนุ่มดุจดังแสงเทียนท่ามกลางความมืดมิดมาช้านาน แสงสว่างเล็กๆบังเกิดขึ้นแล้ว เป็นความหวังนำทางผู้คน แต่อีกด้านหนึ่งของแสงสว่างอันน้อยนิดท่ามกลางความมืดอันกว้างใหญ่หมายถึงจุดสนใจที่ดึงดูดทุกสิ่งชั่วร้ายเข้ามาเช่นกัน แน่นอนว่าไม่พ้นสายตาของแม็กกาโซ่ราชาของเหล่าบากูร่าที่โหดเหี้ยมครอบครองอาณาจักรนี้อยู่ ตัวของชายหนุ่มก็รู้สึกตัวได้เช่นกันว่าเขาอาจจะเป็นสาเหตุให้หมู่บ้านนี้เริ่มถูกคุกคามจากสัตว์ร้ายอีกครั้งหนึ่งก็ได้ เพื่อทุกคนปลอดภัยและภาพหญิงสาวในหัวของเขา ทำให้เรารู้ว่าเขาจะต้องไม่อยู่ในหมู่บ้านนี้อีกต่อไป