วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 7 ปีศาจเม่น

ในกลางดึกสงัดเยือกเย็น สายหมอกเริ่มปกคลุม ไฟเริ่มมอดลง เอ็กซ์สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ จึงเข้าไปสะกิดปลุกรินและจูให้ระวังตัว

ฟิ้ว เสียงของแหลมบางสิ่งบางอย่างพุ่งมาหาทั้งสาม จูจับง้าวควงสว่านปัดป้องวัตถุลึกลับกระเด็นปักต้นไม้ข้างจนหมด

แล้วต้นตอของวัตถุลึกลับก็ค่อยๆปรากฎตัวท่ามกลางความมืดสลัว มันคือเม่นยักษ์ขนเหล็ก ลำตัวขนาดใหญ่เท่าควาย จูเปิดฉากง้างง้าวเข้าฟาดฟันก่อนเลย แต่ถูกมันสลัดขนเหล็กใส่ จึงต้องถลาหลบฉากออกไปก่อน เพราะเขารู้ว่าเหล็กแหลมนี้นอกจากจะแหลมคมแล้วยังมีพิษร้ายแรงอีกด้วย

ลักษณะพิษของเม่นปีศาจนี่ก็คือจะทำให้เหยื่อเป็นอำมพาตเป็นชั่วโมง เป็นเวลาที่เพียงพอจะถูกปีศาจตัวนี้กัดกินจนหมด เหยื่อจะไม่สามารถขยับร่างกายได้แต่ประสาทการรับรู้ความรู้สึกต่างๆทุกอย่างยังเหมือนเดิม มันจึงเป็นความเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุด แบบที่ไม่สามารถบรรยายได้ ที่ถูกกัดกินทั้งเป็นอย่างนั้นจนตาย จูรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีเลยไม่กล้าที่จะเสี่ยง

จังหวะนั้นริน ง้างธนูยิงสวนเข้าไปถูกตาของมันข้างหนึ่ง เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมัน พร้อมกับเพิ่มความคลุ้มคลั่ง ต้นไม้ข้างๆล้มระเนระนาด สลัดขนเหล็กกระจัดกระจาย ต้องหลบกันจ้าละหวั่น

เอ็กซ์ไม่รอช้ากระโจนถาโถมเข้าโจมตีด้วยกระบวนท่าเพลงดาบสลาตัน ขนของมันแข็งแรงดุจเหล็กกล้า เรียงตัวเป็นเกราะ ถักทอดูดซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีด้วย ตัวเม่นไม่เป็นอะไรได้แต่กระเด็นไปข้างหลังเท่านั้น

ช่วงเวลาชั่วพริบตานั้นเอง เอ็กได้ค้นพบจุดอ่อนของเพลงดาบสลาตัน เอ็กซ์ได้จู่โจมอีกครั้งหมายจะพัฒนาเพลงดาบสลาตันโดยขณะที่พุ่งเข้าจู่โจมและเหวี่ยงดาบฟาดฟันครั้งแรกไปแล้วนั้น ทิ้งน้ำหนักหมุนตัวตามแรงเหวี่ยงของดาบ ทำให้หมุนกลับมาฟาดฟันได้อีกครั้ง และอีกครั้งในจุดเดิมจนกว่าเป้าหมายจะถูกทำลาย เป็นการประยุกต์ใช้เพลงดาบคอมโบทวิสเตอร์เข้าด้วยกัน แต่เน้นเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าและฟาดฟันดาบแนวทะแยง เรียกว่าท่าใหม่นี้ว่า คอมโบสลาตัน

เขาใช้เพลงดาบคอมโบสลาตัน โจมตีต่อเนื่องหลายสิบครั้ง บวกกับการโจมตีของจูเข้าไปด้วยแล้ว แต่ก็ยังล้มเจ้าปีศาจเม่นยักษ์นี้ไม่ได้ มันเคลื่อนไหวช้าแต่ได้กลับคืนมาซึ่งขนเหล็กที่เป็นทั้งเกราะป้องกันและอาวุธโจมตีศัตรู

รินคอยร่ายเวทย์มนต์สนับสนุนจูและเอ็กซ์ ระหว่างนั้น เอ็กซ์กลับหยุดยืนนิ่ง แท้จริงเขากำลังจ้องหาจุดอ่อนของเม่นยักษ์นั่นเอง

“ริน ยิงตามัน จูฟันจากด้านล่างขึ้นบน” เสียงเอ็กซ์ตะโกนสั่ง รินยิงธนูเข้าเบ้าตาอีกข้างหนึ่งของมันอย่างแม่นยำ จูก็ตามไปใช้ง้าวฟันงัดจากด้านล่างขึ้นบนทำให้ตัวเม่นลอยขึ้นมาด้วยแรงปะทะของจู เผยให้เห็นช่องท้องซึ่งเป็นจุดอ่อนของมัน

เพลงดาบไร้ลักษณ์ เอ็กซ์พุ่งดาบแทงทะลุท้องของมันแบบควงสว่าน การประสานงานอย่างลงตัวพอเหมาะพอดี ทำให้สามารถโค่นปีศาจที่แข็งแกร่งตัวนี้ลงได้

ริน คว้าธนูยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ด้วยกระบวนท่า ศรสายฟ้า เอ็กซ์และจูหันมามองหน้ากันแล้วมองรินด้วยความสงสัยว่าทำอะไร

สักพักใหญ่มีเสียงวัตถุตกลงน้ำในลำธารดังตูมใหญ่ มันคือค้างคาวปีศาจสมุนของตัวหนึ่งของฮิตต้า บินมาสืบดูเหตุการณ์เพื่อกลับไปรายงานนายของมัน มันบินอยู่สูงมากในท้องฟ้าท่ามกลางความมืดแต่ก็ยังถูกรินยิงร่วงน้ำอยู่ดี รินหันมาส่งยิ้ม

เอ็กซ์ถูกขนเหล็กแหลมของปีศาจเม่นยักษ์ระหว่างที่ใช้เพลงดาบคอมโบสลาตันต่อเนื่องชุดใหญ่โจมตีเม่นยักษ์ เป็นสาเหตุให้เอ็กซ์หยุดชะงักไปชั่วขณะเพื่อค้นหาจุดอ่อนมันนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพิษร้าย จูก็สังเกตเห็นจึงกระโดดเข้ารับมือขวางไว้ก่อน แต่ด้วยนาโนคอมพิวเตอร์อีกตามเคย ที่คอยช่วยเหลือเม็ดเลือดขาวในร่างกายจัดการกับพิษร้าย ลดเวลาอำมพาตเป็นชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่วินาทีเอง จูเล่าเรื่องพิษของมันให้ทุกคนได้ฟัง ทำให้รินยิ่งมั่นใจว่าเอ็กซ์คือผู้พิทักษ์แอตแลนตีสในตำนาน เพราะสามารถต่อต้านพิษร้ายได้ จูบอกแปลกใจมาก แต่เอ็กซ์ยักไหล่แล้วยิ้มบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 6 เริ่มต้นเดินทาง

ในเทศกาลงานฉลองประจำปีมีงานเลี้ยงในหมู่บ้าน ยังหลงเหลือไวน์องุ่นให้ได้ลิ้มลองหลังอาหารค่ำ ระดับหัวหน้านายกองต่างๆตั้งวงจิบไวน์ ได้ที่แล้วไม่วายลากเอ็กซ์ร่วมวงด้วย ด้วยความที่เขาไม่เคยดื่มพวกแอลกอฮอล์มาก่อนเลย จึงค่อนข้างจะเมาเร็วกว่าเพื่อน เป็นโอกาสให้จูได้จัดการศัตรูหัวใจ จัดแจงให้มีการดวลไวน์กันตัวต่อตัว แก้วแล้วแก้วเล่า เสียงปรบมือเกรียวกราวจูได้รับชัยชนะในการดวลตัวต่อตัวกับเอ็กซ์เป็นหนที่สองแล้ว หลังจากเอาชนะในการต่อสู้มาแล้วครั้งหนึ่ง ด้านฝีมือการต่อสู้การรบเอ็กซ์คงไม่แพ้จูแน่ แต่เรื่องเมาเอ็กซ์แพ้จูราบคาบแบบไม่ต้องแกล้งแพ้เลย เอ็กซ์เมาสลบคาวงปล่อยให้บรรดาหัวหน้าหมู่นายกองต่างๆ กลั่นแกล้งสารพัดเป็นที่สนุกสนานเฮฮา จูเองก็หัวเราะเยาะด้วยความสะใจ ลำพองว่าได้รับชัยชนะจริงๆแล้วในศึกนี้

แต่แล้วไม่เป็นอย่างที่จูคาดคิดไว้ สถานการณ์กลับกลาย แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร บังเอิญรินมาพบเห็นเข้าพอดีจึงเข้าขัดขวาง พร้อมทั้งพยุงเอ็กซ์ไปที่เตียงตอนในพักของเอ็กซ์ โดยมีบอยคอยช่วย ระหว่างที่รินเช็ดตัวให้เอ็กซ์ รินก็แอบเผลอใจชอบเรือนร่างกำยำของเอ็กซ์เหมือนกัน และเมื่อเอ็กซ์นอนละเมอจับมือรินพร้อมดึงตัวเข้ามากอดไว้แน่น ทำให้รินเขินอายจนหน้าแดง แต่ก็ยินยอมโดยไม่ได้ขัดขืนอันใด จนทำให้คนที่อายจนทนไม่ได้กลายเป็นเด็กชายบอยแทน บอยอมยิ้มแล้ววิ่งออกจากห้องพักปล่อยให้สองคนได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังกลางดึกพักใหญ่ แล้วรินก็กลับไปนอนที่บ้านพักของตัวเอง

รุ่งเช้าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ แต่เหมือนว่ารินไม่กล้าสบตาเอ็กซ์ ซึ่งบอยก็มองหน้ารินแล้วอมยิ้ม รินแก้เขินด้วยการเดินหนี ปล่อยให้เอ็กซ์ทำหน้างงคนเดียว

เอ็กซ์ไม่มีสิ่งใดต้องคิดมากหรือไม่ต้องทำหน้าที่ใดในหมู่บ้าน จึงมีเวลาว่างฝึกจิตฝึกเพลงดาบจนชำนาญขึ้นอีกมาก ทุกเช้ายามที่มีสมาธิกลางน้ำตกนอกหมู่บ้านตามลำพัง เขาได้คิดค้นเพลงดาบไร้ลักษณ์ เป็นการฟันดาบเข้าไปช่องโหว่หรือจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วสูงมากจนไม่สามารถมองเห็นวิถีดาบ จะไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ เพลงดาบนี้ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นการจดๆจ้องๆกันก่อนที่จะลงมือปริดชีพในดาบเดียว เหมือนวิถีการต่อสู้ของซามูไร แต่สำหรับเอ็กซ์มีจิตรู้สึกสัมผัสเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดได้จากลางสังหรณ์บวกกับการเป็นคนช่างสังเกต จึงเสมือนรู้ว่าจุดอ่อนคู่ต่อสู้อยู่ตรงไหน

การฝึกหนักที่กลางน้ำตก ใส่เกราะหนักและอาศัยความหนืดของน้ำจำกัดการเคลื่อนไหวของตัวเอง ฝึกฝนการใช้พละกำลังเอาชนะแรงหนืดของน้ำ เสียงดังจากน้ำตกเป็นการฝึกสมาธิให้ตัวเขาเอง บ่อยครั้งที่เขาสำลักน้ำ จมน้ำบ้าง เกิดสภาวะที่ร่างกายขาดออกซิเจนบ่อยๆ ส่งผลให้นาโนคอมพิวเตอร์ในตัวเขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเป็นครั้งแรก โดยพวกมันช่วยกันเปลี่ยนแปลงปอดส่วนหนึ่งของเขาให้มีสมรรถนะดูดซับออกซิเจนจากน้ำได้ คือทำหน้าที่คล้ายเหงือกของปลา หมายความว่าเอ็กซ์สามารถหายใจในน้ำได้นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้เขาเองยังไม่รู้ตัว

เวลาแห่งการเดินทางก็มาถึง เอ็กซ์มีความมั่นใจกว่าแต่ก่อนมากหลังจากฝึกฝนเพลงดาบอย่างหนักและค้นพบไม้ตายดาบไร้ลักษณ์ด้วย อีกทั้งหมู่บ้านสายหมอกมีระบบระเบียบและกองกำลังมีผู้นำที่ดีน่าจะปกป้องตัวเองได้อยู่ เขาจึงตัดสินใจเข้าไปขออนุญาตเดินทางไปซารามจากหัวหน้าหมู่บ้านตามลำพังเพื่อตามหาหญิงในจิตใต้สำนึกที่เขาคิดว่าเป็นกุญแจไขปริศนาความทรงจำที่หายไปได้ และเป้าหมายในการกำจัดราชาแห่งบากูร่าให้ได้ ดินแดนนี้จะได้อยู่ด้วยกันอย่างสันติเสียที รินทราบเรื่องจึงขอร้องผู้เป็นบิดาขอเดินทางติดตามไปด้วย จูไม่ทันห้ามรินและเขาก็รู้ว่าห้ามไม่ได้ด้วย จึงจำใจต้องติดตามไปด้วยเพื่อปกป้องรินและเป้าหมายสังหารบากูร่าแก้แค้นส่วนตัวด้วย หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านทุกคนจึงเห็นชอบให้ทั้งสามร่วมเดินทางเพื่อช่วยเหลือกันทำภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จ

แม้เป็นช่วงเวลายากลำบากใจ หัวหน้าหมู่บ้านและเหล่าหัวหมู่นายกองต่างรับปากอย่างแข็งขันว่าไม่ต้องห่วงหมู่บ้านสายหมอก ระหว่างที่ไม่อยู่ พวกเขาจะปกป้องมันเองอย่างเต็มกำลัง แม่ของรินและบอยเข้ามากอดรินร้องไห้อาลัยอาวรณ์ โดยหัวหน้าหมู่บ้านยืนน้ำตาซึมอยู่ข้างๆ จูและเอ็กซ์หันมองหน้ากันอย่างเข้าใจว่าถึงเวลาต้องร่วมมือกันแล้ว

ร่ำลากันเสร็จทั้งสามขึ้นม้าเดินทางออกจากหมู่บ้าน ท่ามกลางกำลังใจของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านสายหมอกที่คอยมาส่งหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้าน นับว่าเป็นการเดินทางออกจากหมู่บ้านครั้งแรกของรินด้วย หัวหน้าหมู่บ้านมอบแผนที่อันสำคัญสร้างเมื่อหลายชั่วอายุคน

การเดินทางวันแรกผ่านป่าและภูเขาหินหลายลูกลัดเลาะตามลำธาร มุ่งหน้าลงใต้ ตามแผนที่เก่าแก่ระบุว่าดินแดนซาราม อยู่บริเวณขั้วโลกใต้เลยทีเดียว ดินแดนแทบจะไม่มีแสงแดดเลย แต่ภูเขาไฟแหล่งที่อาศัยของแม็คกาโซ่กลับไม่ปรากฎในแผนที่ รินเป็นคนคุมแผนที่และดูรินจะตื่นเต้นกับการเดินทางเป็นพิเศษเพราะไม่เคยออกมาจากหมู่บ้านเลย แต่เอ็กซ์กลับมีท่าทีวางเฉยเพราะบริเวณนี้ยังไม่พ้นรัศมีที่เขาเคยแอบออกมาลาดตระเวณโดยลำพังเป็นประจำ รินชอบดอกไม้ตามประสาหญิงสาวแรกรุ่นดรุณีเวลาเจอดอกไม้สวยงามก็มักจะวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ ดอกไม้แปลกที่พบเจอไม่ได้มีแต่ความสวยงามอย่างเดียวเท่านั้น บางชนิดมีพิษร้ายแรงขนาดที่ว่าล้มช้างได้เลย ทำให้จูคอยเตือนรินให้ระวังอยู่บ่อยๆ

เดินทางผ่านหมู่บ้านของจูที่ถูกทำลายไป จูหยุดและยืนมองไปรอบๆ กำหมัดอัดแน่นด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น รินคอยปลอบใจ จากนั้นก็เดินทางลงใต้ต่อไป

กลางคืนก่อไฟย่างไก่ป่าที่จูล่าได้ในป่าไผ่ระหว่างทาง ได้ยินแต่เสียงของรินและจู เอ็กซ์แทบไม่ได้พูดอะไรเลย หลังจากกินไก่ป่าย่างเสร็จ เขาพร้อมสัมภาระออกห่างมานั่งกอดดาบใต้ต้นไม้ ปล่อยทั้งสองนั่งคุยกันข้างกองไฟอย่างสนิทสนม รินแอบส่งสายตาหามองเอ็กซ์เป็นระยะ ก่อนทั้งสามจะนอนหลับพักผ่อน

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 5 ท้ารบ


ฮิตต้า เป็นบากูร่าคล้ายสิงโตตัวใหญ่กลายพันธุ์ ขนแข็งแรงดุจเหล็กกล้าสีดำทั้งตัว ถักทอเป็นเหมือนเกราะเหล็กคลุมกาย มีปีกเหมือนค้างคาวที่ปลายปีกมีกงเล็บแหลมคมดุจมีด เสียงคำรามกรีดร้องกังวาลแสบหู ดวงตาสีแดงก่ำถ้าใครจ้องต้องถูกสะกดด้วยความหวาดกลัว แม้ว่าจะมีร่างกายใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้มีความเชื่องช้าอย่างที่คิด กลับมีความรวดเร็วและแข็งแรงอย่างคาดไม่ถึง สมแล้วที่เป็นถึงสมุนเอกของแม็คกาโซ่

เอ็กซ์เปิดฉากการต่อสู้ยกสองด้วยเพลงดาบไลน์สแลช พุ่งเข้าฟันฮิตต้าในแนวระนาบขนานพื้นโลกด้วยความเร็วสูงสุด แต่ฮิตต้าก็บินขึ้นในแนวดิ่งอย่างรวดเร็วเช่นกัน เอ็กซ์กระโดดลอยตัวขึ้นตามและใช้เพลงดาบผ่ากะโหลกโจมตีต่อเนื่องทันที ฮิตต้าก็หลบไปด้านข้างพร้อมกับตวัดกงเล็บตอบโต้ เอ็กซ์ตวัดดาบขึ้นมารับกระเด็นตกใส่หลังคาร้านค้าพังทั้งแถบเหมือนกัน

การต่อสู้ระหว่างเอ็กซ์และฮิตต้าเป็นไปอย่างสูสี ผลัดกันรุกและรับ รินแทบไม่เชื่อด้วยสายตาว่าเอ็กซ์ที่มีความเร็วและพลังขนาดนี้ยังไม่สามารถโค่นล้มฮิตต้าได้ รินคอยร่ายเวทย์มนต์สนับสนุนเอ็กซ์ เวทย์มนต์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์แท้จริงแล้วมันคือพลังจิตสะกดให้เอ็กซ์ดึงพลังแฝงในตัวออกมาใช้เกินขอบเขตของมนุษย์ ไม่ให้มีความเจ็บปวด ไม่ให้มีข้อจำกัดอีกต่อไป

การต่อสู้ท่ามกลางความมืดสลัว นอกจากจะได้ยินแต่เสียงครึกโครมจากการปะทะกันของดาบและกงเล็บ เสียงกรีดร้องชวนสยอง มองเห็นแต่เพียงการเคลื่อนไหวเอ็กซ์ ด้วยชุดเกราะสีขาวเนื้อโลหะแวววาวสะท้อนแสงจันทร์ท่วงท่าสง่างามนัก

การต่อสู้อย่างดุเดือดและดุดัน ไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ แต่ก็ทำอะไรซึ่งกันไม่ได้กินกันไม่ลง การต่อสู้ใช้เวลานานตลอดคืน สมรภูมิรบของทั้งสองกลางหมู่บ้านกลายเป็นลานกว้างพังราบไม่มีชิ้นดี ข้าวของกระจัดกระจาย มีเพียงบาดแผลเล็กน้อยที่ตัวเอ็กซ์แต่ก็หายเองอย่างรวดเร็วด้วยนาโนคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในตัวของเขา

ฮิตต้าพร้อมสมุนบากูร่าโกเลมหินและปีศาจค้างคาว ล่าถอยก่อนแสงอาทิตย์สาดส่อง พร้อมฝากข้อความไว้กับเอ็กซ์ “คนของเจ้าอยู่กับบากูร่า” ก่อนบินจากไป

การโจมตีของพวกบากูร่าเมื่อคืนมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้านได้มากกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน แต่แท้จริงแล้วการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหมายจะกวาดล้างหมู่บ้านสายหมอก แต่เป็นเพียงการเชื้อเชิญให้เอ็กซ์เดินทางออกจากหมู่บ้านสายหมอก เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ความตายที่ใจกลางภูเขาไฟในดินแดนซารามนั่นเอง

จูและกองกำลังป้องกันแนวกำแพงจากโกเลมหินไว้ได้ สังหารโกเลมหินได้เป็นจำนวนมาก แต่ตัวเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน รินรีบเข้าไปร่ายเวทย์มนต์รักษา บรรเทาความเจ็บปวด

หัวหน้าหมู่บ้านสำรวจความเสียหายในตอนเช้า ระดมชาวบ้านซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย เผาทำลายซากบากูร่านอกหมู่บ้าน และรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บกันอย่างขยันขันแข็ง สร้างความประหลาดใจให้เอ็กซ์ที่เดินสำรวจดูรอบหมู่บ้าน เขาสังเกตเห็นใบหน้าชาวบ้าน เห็นแววตาเปี่ยมด้วยกำลังใจดีเยี่ยมทั้งที่พวกเขาเพิ่งจะผ่านสงครามมาตลอดคืนนี้เอง ผู้คนบาดเจ็บล้มตายไม่น้อย ทั้งนี้เพราะพวกเขามีความหวังที่ตัวเอ็กซ์นั่นเอง เมื่อเอ็กซ์เดินไปใกล้ชาวบ้านร้องไชโยโห่ร้องเฮ หัวหน้าหมู่บ้านเดินมาจับไหล่แสดงความยินดีกับชัยชนะในการปกป้องหมู่บ้าน แต่ตัวเอ็กซ์รู้ดีแก่ใจว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น